Lesser Bridge Tower ที่อยู่ฝั่งเดียวกับโรงแรมTower ด้านนี้เหมาะสำหรับตอนบ่ายเย็น แสงจะสาดส่องเมืองขึ้นไปชมวิวเมืองจากมุมสูงและถนนที่มีชื่อว่า Bridge Street อายุเก่าแก่กว่า 600 ปีแล้ว ที่ปูด้วยหินก้อนเล็กๆ
เส้นทางการเดินขึ้นก็ขึ้นตรงประตูเหล็ก เปิดเข้าไปก็เจอที่ซื้อตั๋ว คนละ 90 KC วิวด้านบนก็งามสมราคา
ซึ่ง Tower ของสะพานจะมี 2 ฝั่ง คือฝั่ง Old town เรียกว่า Old Town Bridge Tower ที่เห็นในรูป
ซึ่งฝั่งนั้นนิยมขึ้นในตอนเช้ากัน ราคาค่าขึ้นก็เท่ากัน…

เมื่อเดินลงมาจากชมวิวด้านบนช่วงบ่ายเราจะเดินเล่นไปที่ปราสาทแห่งเมืองนี้ที่สวยงามและ ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของปรากเลยก็ว่าได้

เดินผ่านภาพวาด…ในมุมมองต่างๆผ่านช่างวาดภาพ ใครจะซื้อเป็นของฝากราคาก็ไม่แพงมากนะ
โบสถ์ Nicholasเดินขึ้นเนินทางด้านซ้ายซอกตึกไปเรื่อยๆ จากภาพโดยเดินไปตามทางก็จะเห็นบันไดสำหรับเดินขึ้นไปด้านบน

เมื่อเดินขึ้นบันไดมาก็จะเจอมุมนี้  ก็สามารถถ่ายรูป ได้มุมสูงของเมือง จากนั้นเดินเข้ามาตรงจตุรัส Tomas
ด้านขวาก้จะพบกับทางเข้าปราสาทปราก
ทางปราสาทเปิดให้ผู้คนทั่วไปสามารถเดินชมบริเวณปราสาทได้โดยไม่เสียค่าผ่านประตู แต่ถ้าจะเข้าด้านในเสียค่าใช้จ่าย
ปราสาทแห่งกรุงปราก (Prague Castle) เป็นปราสาทที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 11 ด้วยศิลปะแบบกอธิค และถึงแม้ว่าขณะนี้ปราสาทแห่งนี้จะกลายเป็นทำเนียบของประธานาธิบดีคนปัจจุบัน แต่ปราสาทกรุงปรากหรือเรียกอีกอย่างว่าพระราชวังฮาร์ดคานีก็ยังมีมนต์ขลังไม่เสื่อมคลาย ปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.885 โดยเจ้าชายบริโวจ ซึ่งแต่เดิมนั้นปราสาทแห่งนี้เป็นที่ประทับของกษัตริย์ในจักรวรรดิโบฮีเมียมาตลอด มีความสำคัญโดยเป็นศูนย์กลางแห่งอำนาจใจกลางเมืองยุโรป

อีกด้านของมหาวิหารเซ้นต์วิตุส จะเห็น Great Tower ตั้งตะหง่านอยู่ด้านหน้า

จากนั้นเดินผ่าน โบถส์เซ็นจอรท์ เดินเลยไปก็จะเจอทางเข้า Golden Lane ถนนที่น่ารักและเล็กที่สุดของกรุงปราก ซึ่งอยู่ภายในบริเวณของปราสาท โดยถนนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในระหว่างการก่อสร้างป้อมปราการทางด้านทิศเหนือของปราสาทในปลายศตวรรษที่ 15 ซึ่งครั้งหนึ่งในอดีตห้องแถวเหล่านี้เคยใช้เป็นบ้านพักของทหารยามเฝ้าพระราชวัง ในสมัยพระเจ้ารูดอล์ฟที่ 2 (Rudolf II) จนกระทั่ง 100 ปีถัดมา ช่างทำทองได้ย้ายเข้ามาและเริ่มดัดแปลงเป็นร้านขายของและที่พักอาศัย แต่คนเยอะมาก เลยไม่ได้เห็นสีสันของตึกที่เป็นเอกลักษณ์เท่าไหร่



บริเวณโดยรอบจัตุรัสเมืองเก่า (Old Town Square) จะเห็นโบสถ์โกธิค มียอดแหลม มีชื่อว่า Church of Our Lady before Tyn หรือเรียกสั้น ๆ ว่าโบสถ์ทิน (Tyn Church)  เป็นโบสถ์ที่มีความสำคัญอันดับสองรองจาก St.Vitus Cathedral ในปราสาทปราก
ตรงกลางจัตุรัสมีอนุสาวรีย์ของนักปฏิรูปศาสนาชื่อยาน ฮุส (Jan Hus) ท่านผู้นี้ต่อต้านความเหลวแหลกฟุ้งเฟ้อของศาสนาคริสต์นิกายแคธอลิกในยุคนั้นเมื่อกว่า 500 ปีก่อน เช่นการที่บาทหลวงชั้นผู้ใหญ่แอบมีภรรยาลับ  มีการขายบัตรไถ่บาปสร้างความร่ำรวยให้กับสำนักวาติกัน  จนเขาถูกตัดสินประหารชีวิตโดยการเผาทั้งเป็น เหตุการณ์นี้ทำให้มีการลุกฮือเพื่อต่อต้านอำนาจของพวกแคธอลิก  มีการจับบาทหลวงโยนลงมาจากหอคอย  จนเกิดเป็นสงครามฮุสไซต์ (Hussite Wars) ระหว่างฝ่ายที่ยึดมั่นต่อคริสตจักรกับฝ่ายที่ต่อต้าน  ยาน ฮุสจึงถือเป็นวีรบุรุษที่สำคัญคนหนึ่งของชาวเช็ค
เดินกลับมาทางเดิมเพื่อขึ้นมาชมวิวสะพาน เพราะเริ่มสว่างแล้ว …
เราก็เดินเลาะริมแม่น้ำฝั่งนี้ ถ่ายภาพไปเรื่อยๆ ได้หลายมุมเลยทีเดียว … มาเที่ยวเดินแบบไม่มีคนเลย เป็นอะไรที่ฟินน
จากนั้นเดินขึ้นมาบนสะพาน Charles Bridge ที่ใช้ข้ามแม่น้ำวัลตาวา  (Vltava ) โดยสะพานชาร์ลส์ที่ยาวกว่า 500 เมตร กว้างเกือบ 10 เมตร ทอดเป็นช่วง 16 ช่วง ประดับด้วยรูปปั้นนักบุญและบุคคลรวม 30 รูป สะพานชาร์ลส์ถือฤกษ์สร้างเมื่อเวลา 5.31 ของวันที่ 9 เดือน 7 ค.ศ. 1357 วันเวลาที่เริ่มสร้างเป็นเลขคี่ทั้งหมด (1,3,5,7,9) ทุกตัวเป็นเลขจำนวนเฉพาะยกเว้นเลข 9

เดินลงจากสะพานมาเราก็เก็บบรรยากาศยามเช้ามาฝากกันเนอะ

ขอบคุณสำหรับการติดตาม

Be Traveler

 

Facebook Comments
Author

พ่อบ้านและแม่บ้านที่รักการท่องเที่ยว และพร้อมแบ่งปันความสุขที่ได้รับต่อทุกคนที่ชอบเหมือนกับเราโดยไม่หวังอะไรนอกจาก รอยยิ้มกว้างๆของพวกคุณ

Write A Comment