เริ่มต้นจากสถานีรถไฟเมือง Luzern

ส่วนนี้เป็นแผนที่ เราได้ทำเครื่องหมายไว้ เพื่อง่ายต่อการเดินเที่ยว โดยรวบรวมจากข้อมูลการท่องเที่ยวและรีวิวของเพื่อนๆที่เคยไปเที่ยวที่นี้ …

บรรยากาศในเมืองช่วงเช้า ก็อาจจะดูเงียบหน่อย มีแต่นักท่องเที่ยวที่คึกคัก เพราะเป็นวันอาทิตย์ ร้านค้าที่นี้ บางส่วนก็จะปิด Coop หรือ Supermaket ของเขา ก็จะเปิดบางแห่ง เช่นสถานีรถไฟหลักๆ นอกนั้นก็จะปิดบริการ แต่สถานที่ท่องเที่ยวและวิวของเมือง เปิดรอเราเสมอ….

บรรยากาศดีจริงๆ หัวใจหัวใจหัวใจ

สถานที่แรก คือ โบสถ์เซ็นปีเตอร์

สถานที่ต่อมา ที่เป็นจุดเด่นของที่นี้ คือสะพานไม้เก่าแก่อีกหนึ่งสัญลักษณ์ประจำเมือง มีหอคอยน้ำ Wasserturm
หอคอยแปดเหลี่ยม ภูเขาด้านหลังที่เห็นคือ ยอดเขาพิลาตุส (Pilatus) แต่วันนี้หมอกลงเยอะ ทำให้ขี้อายไม่ได้เจอกันชัดๆ 55+

เดินข้ามสะพานกันเลยดีกว่า สะพานไม้ Kapellbrucke แห่งนี้ เป็นสะพานเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1333 เพื่อใช้เดินข้ามแม่น้ำรอยส์ เชื่อมต่อระหว่างสองฝั่งเมือง

ระหว่างเดินให้สังเกตภาพวาดที่บริเวณหน้าจั่วสามเหลี่ยม ตลอดแนวสะพาน จะมีภาพวาดทั้งหมดกว่า 112 ภาพ ส่วนใหญ่เป็นภาพเกี่ยวกับศาสนา ประวัติศาสตร์ และเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ของสวิส วาดโดย Heinrich Wagmann ส่วนหอคอยกลางน้ำ Wasserturm นี้ เดิมนั้น สร้างเพื่อใช้เป็นป้อมปราการ และเก็บสมบัติ บางส่วนก็แบ่งพื่นที่เป็นคุกคุมขังนักโทษ หอคอยนี้มีความสูง 34 เมตร บริเวณหอคอย ตรงกลางๆ สะพาน จะมีร้านขายของที่ระลึกเกี่ยวกับสะพานไม้ Kapellbrucke มีภาพวาดดังๆ หน้าจั่วของสะพานไม้ จำลองเป็นแผ่นเล็กๆ สามารถซื้อฝากเป็นของที่ระลึกได้ สะพานไม้ Kapellbrucke นี้ เคยถูกไฟไหม้ในปี 1993 ทำให้มีภาพวาดบางส่วนถูกไฟไหม้ไปด้วย
Credit – http://switzerland-guides.blogspot.com/2014/04/kapellbrucke.html

บรรยากาสริมแม่น้ำรอยส์




ไปรศณีย์ประจำ Luzern ใหญ่โตจริงๆ เยี่ยมเยี่ยม

เมื่อข้ามสะพานที่ได้ชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ก็พบกับ โบสถ์สไตล์บาร็อคที่ใหญ่โตและเก่าแก่ที่สุดในสวิส
เพราะสร้างมาตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ.1666-1673 มีหอคอยออกแบบแนวอิสลาม และพวกเราได้มีโอกาสเข้าไปด้านใน
คือ ข้างในสวยมากเราเลยได้มีโอกาสถ่ายรูปออกมา แต่เราไม่รู้ว่าเขาอนุญาตให้ถ่ายไหม ถ้าไม่.. พวกเราต้องขออภัยด้วยนะคะ
… แต่สวยๆจริงๆ… นานาเดินทางนานาซื้อของ

ผ่านโบถส์ฟาสซีสเคียร์เคอร์ (ชื่อไม่ถูกต้อง ขอโทษด้วยนะคะ แต่ละสถานที่ออกเสียงยากมากจริงๆ)

เดินอ้อมมาด้านหลังเพื่อข้ามไปดูวิวบนยอดป้อมประจำเมือง
สะพานแห่งนี้ ชื่อว่า Spreuerbrucke สะพานมีหอคอยเล็กๆสีแดง มีภาพวาดเหมือนกันกับสะพานอันแรก แต่ต่างกันกับเนื้อหาของภาพวาดที่เกี่ยวกับความตาย มี 67 ภาพนี้ว่า Dance of Death ผลงานของ Kasper Meglinger

Credit – http://switzerland-guides.blogspot.com/2014/04/kapellbrucke.html

เมื่อข้ามสะพานมาก็เดินขึ้นเนิน ตรงนี้เหนื่อยหน่อยแต่ เมื่อเห็นวิวตรงหน้าแล้วจะหายเหนื่อย ..

เดินตามป้ายบอกทางเล็กๆ เพื่อขึ้นไปยังหอคอยบนกำแพงเมือง
กำแพงเมืองเก่าลูเซิร์นนี้ มีเชื่อเรียกอีกชื่อว่า Museggmauer สร้างอยู่บนเนินเขาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1386 ด้วยความยาวรวมทั้งหมด 850 เมตร มีป้อมปราการทั้งหมด   9 ป้อม แต่สามารถขึ้นไปชมวิวบนป้อมปราการได้เพียง 3 ป้อม คือ ป้อม Mannliturm (ป้อมสูงที่สามารถมองลงมายังตัวเมืองวิวแม่น้ำรอยส์) ป้อม Zytturm หรือ ป้อมหอนาฬิกา และป้อม Schirmerturm กำแพงเมืองและป้อมปราการทั้งหมดนี้ เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน ตั้งแต่ 8.00 – 19.00 น.
Credit – http://switzerland-guides.blogspot.com/2014/04/kapellbrucke.html

จากภาพครบ 3 ป้อมพอดี..
นี่คือป้อม ป้อม Zytturm หรือ ป้อมหอนาฬิกา ด้านในจะมีการแสดงกลไลของนาฬิกา

ปิดท้ายด้วยวิวเมืองกับแม่น้ำรอยส์ จากกำแพงเมืองแห่งนี้ สวยงามมาก

จากนั้น เราเดินลงมาแล้วเลี้ยวซ้าย ตรงมาเรื่อย ๆ

ผ่านตึกหลังนี้ที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ สวยดี..

แล้วเลี้ยวซ้ายอีกที ตรงไปเรื่อยๆ ข้ามถนน ก็จะเห็นร้านอาหารที่แสนจะโด่งดัง อ่ะ ถ่ายรูปสักหน่อย
ภัตตาคารเก่าแก่สไตล์สวิสชาเล่ต์

เดินผ่านมาก็ถึงแล้วกับ อนุสรแห่งนี้ สร้างโดยรัฐบาลฝรั่งเศสเป็นของขวัญให้ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อขอบคุณทหารสวิส 786 นายที่เสียชีวิตจากการปกป้อง พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารี อองตัวแนตต์ จากการสู้รบกับช่วงการปฎิวัติฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1792 จุดเด่นของสิงโตหินนี้ คือ สิงโตนั้น ถูกทำร้าย นอนรอความตาย ถูกคมหอกดาบบาดเจ็บสาหัส หมอบร้องไห้โดยมีโล่และหอกสวิสวางอยู่ข้างๆ สื่อให้เห็น ถึงความเศร้าสร้อย เจ็บปวดรวดร้าวเหลือจะทน ดูแล้ว อินกันไปข้าง ผลงานการแกะสลักนี้ เป็นของนายLukas Ahorn ส่วนผู้ออกแบบคืนศิลปินชาวสวีเดนนามว่า Bertel Thorvaldsen

ทราบข้อมูลแล้ว ดูเศร้าๆ นะ
ต้องขอขอบคุณข้อมูลด้วยนะคะ เพราะเราถึงขนาดปริ้นไป อ่านให้ลูกทัวร์ของเราฟัง เพื่อความถูกต้องกันเลยทีเดียว 55+
Credit — http://switzerland-guides.blogspot.com/2014/04/kapellbrucke.html

จากนั้นเดินออกจากสิงโต ติดกันก็พิพิธภัณฑ์กลาเซียร์ Swiss pass ยื่นไปเลย เข้าฟรีคะ ดีจริงๆ
ที่นี้คือสวนธารน้ำแข็งที่ได้มีการขุดพบไว้ ใครชอบแนวความรู้ ก็มีเรื่องราวที่น่าศึกษามากเลยทีเดียว

เดินจนหมดแรง แต่หัวใจพองโต หวังว่าจะทำให้คนอ่านมีความสุขไปกับเรานะคะ

ขอบคุณสำหรับการติดตาม

Be Traveler

Facebook Comments
Author

พ่อบ้านและแม่บ้านที่รักการท่องเที่ยว และพร้อมแบ่งปันความสุขที่ได้รับต่อทุกคนที่ชอบเหมือนกับเราโดยไม่หวังอะไรนอกจาก รอยยิ้มกว้างๆของพวกคุณ

Write A Comment